แหล่งปลูกกาแฟไทย: อาราบิก้าภาคเหนือ โรบัสต้าภาคใต้ ต่างกันยังไง

แหล่งปลูกกาแฟไทย: อาราบิก้าภาคเหนือ โรบัสต้าภาคใต้ ต่างกันยังไง

แหล่งปลูกกาแฟไทยแบ่งคร่าวๆ ได้เป็นสองโซนใหญ่ กาแฟอาราบิก้าปลูกบนพื้นที่สูงในภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน ส่วนกาแฟโรบัสต้าปลูกในภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เหตุผลหลักคือสภาพอากาศ อาราบิก้าชอบอากาศเย็นบนที่สูง โรบัสต้าชอบที่ต่ำ ร้อนและชื้น บทความนี้จะพาไปดูว่าสองโซนนี้ต่างกันยังไง กาแฟไทยมาจากไหน และเมล็ดไทยแต่ละแหล่งให้รสแบบไหน

ภาพปก: แคร่ตากกาแฟที่หมู่บ้านแม่จันใต้ เชียงราย · ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • ภาคเหนือ = อาราบิก้า: ปลูกบนที่สูงราว 800 เมตรขึ้นไป อากาศเย็น ส่วนใหญ่นำไปคั่วบดเป็น "กาแฟสด"
  • ภาคใต้ = โรบัสต้า: ปลูกในพื้นที่ร้อนชื้น ให้ผลผลิตมาก รสเข้มขมกว่า ส่วนใหญ่ใช้ทำกาแฟสำเร็จรูป
  • ประวัติสั้นๆ: โรบัสต้าเริ่มปลูกที่ภาคใต้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 ส่วนอาราบิก้าบนดอยเติบโตจากงานของโครงการหลวงเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น

อาราบิก้ากับโรบัสต้า ต่างกันยังไง

กาแฟที่ปลูกเพื่อการค้าหลักๆ มีสองชนิดนี้ ข้อมูลจาก CIRAD สถาบันวิจัยการเกษตรของฝรั่งเศส อธิบายว่าอาราบิก้ามีถิ่นกำเนิดบนที่สูงของเอธิโอเปีย ชอบอากาศเย็นแบบภูเขาที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง ส่วนโรบัสต้าชอบพื้นที่ต่ำ อากาศร้อนและชื้น

อาราบิก้า (Arabica) โรบัสต้า (Robusta)
ในไทยปลูกที่ ภาคเหนือ บนพื้นที่สูง ภาคใต้
สภาพที่ชอบ อากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยราว 15–25°C ร้อนและชื้น
คาเฟอีน (โดยประมาณ) ราว 1.5% ราว 1.6–2.8%
รสโดยทั่วไป หอม กลมกล่อม ขมน้อย กลิ่นกาแฟชัด รสขมกว่า
การใช้งานหลักในไทย กาแฟคั่วบด หรือ "กาแฟสด" ส่วนใหญ่ใช้ทำกาแฟสำเร็จรูป

ตัวเลขคาเฟอีนจาก CIRAD ส่วนคู่มือของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงให้ตัวเลขต่างออกไปเล็กน้อย (อาราบิก้าราว 1–2% โรบัสต้าราว 2–4%) แต่ทั้งสองแหล่งตรงกันว่าโรบัสต้ามีคาเฟอีนมากกว่า ช่วงอุณหภูมิและการใช้งานในไทยจากคู่มือของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ทั้งหมดเป็นค่าโดยประมาณ ขึ้นกับสายพันธุ์และแหล่งปลูก

แหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าในภาคเหนือ

คู่มือการปลูกกาแฟอราบิก้าของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ระบุว่าอาราบิก้าเติบโตได้ดีบนพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป และต้องการอากาศเย็น จึงปลูกมากในภาคเหนือ ข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรให้ช่วงความสูงสำหรับอาราบิก้าในเอเชียไว้ที่ 800–1,200 เมตร แต่บางแปลงในภาคเหนือก็ปลูกสูงกว่านั้น เช่น เมล็ดไทยทั้ง 4 ตัวของร้านที่อยู่ท้ายบทความนี้ ปลูกที่ระดับ 1,300–1,600 เมตร

รายงานวิจัยของ สวพส. ซึ่งอ้างข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ปี 2563) ระบุว่าจังหวัดที่ปลูกอาราบิก้ามากที่สุด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก

สิ่งที่น่ารู้ คือ อาราบิก้าในไทยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์คาติมอร์ (Catimor) ซึ่งทนโรคราสนิม (โรคเชื้อราที่ทำให้ใบกาแฟเป็นแผลสีส้ม และทำให้ต้นโทรม) ต้นเตี้ย และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ ส่วนสายพันธุ์อื่นก็มีปลูกบ้าง เช่น Java และ Gayo จากน่านในตารางท้ายบทความ

คู่มือของ สวพส. ยังแนะนำให้ปลูกไม้ร่มเงา คือปลูกต้นไม้อื่นแซมให้ร่มกับต้นกาแฟ ช่วยบังแดดตอนต้นยังเล็ก และช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน

ผลกาแฟสุกสีแดงและเหลืองที่เพิ่งเก็บ หมู่บ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย
ผลกาแฟสุกที่หมู่บ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย (ภาพปี 2011) · ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

แหล่งปลูกกาแฟโรบัสต้าในภาคใต้

กรมวิชาการเกษตรระบุว่าโรบัสต้าต้องการความชุ่มชื้นสูง ปลูกง่าย และให้ผลผลิตมาก ในไทยนิยมปลูกทางภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ชื่อชุมพรยังอยู่ในชื่อพันธุ์ด้วย พันธุ์โรบัสต้าที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำหลายพันธุ์ใช้ชื่อ "ชุมพร" เช่น ชุมพร 2 และชุมพร 84-4

ผลกาแฟโรบัสต้าสีแดงและเขียวเกาะเป็นพวงแน่นบนกิ่ง ในสวนพื้นที่ราบ
ภาพประกอบ (สร้างด้วย AI)

ประวัติกาแฟไทยแบบสั้นๆ

  • พ.ศ. 2447: ตามคู่มือของ สวพส. นายดีหมุน ชาวสวนบ้านโตนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา นำเมล็ดโรบัสต้ากลับมาจากการแสวงบุญที่เมกกะ แล้วทดลองปลูกในสวนของตัวเอง
  • พ.ศ. 2500: มีการนำเมล็ดอาราบิก้าจากบราซิลมาส่งเสริมในภาคเหนือ แต่ต้นกาแฟเจอโรคราสนิม ผลผลิตต่ำ เกษตรกรจำนวนมากจึงเลิกปลูก
  • พ.ศ. 2517: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จฯ ทอดพระเนตรต้นกาแฟที่บ้านหนองหล่ม ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และมีพระราชดำรัสว่าพื้นที่นี้เหมาะจะปลูกกาแฟ เพื่อสร้างรายได้แก่ชาวไทยภูเขาทดแทนการปลูกฝิ่น
  • หลังจากนั้น: โครงการหลวงและกรมวิชาการเกษตรวิจัยอาราบิก้าบนพื้นที่สูง โดยนำสายพันธุ์ลูกผสมที่ทนโรคราสนิมเข้ามาทดสอบ จนกลายเป็นรากฐานของกาแฟดอยไทยในปัจจุบัน

ไทยปลูกกาแฟได้มากแค่ไหน

ตัวเลขชุดที่อ้างอิงได้จากกรมวิชาการเกษตรเป็นของปี 2562/63 ซึ่งเก่าหลายปีแล้ว จึงใช้ดูสัดส่วนคร่าวๆ ได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลขปัจจุบัน ข้อมูลชุดนี้ระบุว่าไทยมีพื้นที่กาแฟที่ให้ผลแล้วราว 214,000 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 18,600 ตัน แบ่งเป็นอาราบิก้าราว 8,550 ตัน และโรบัสต้าราว 10,050 ตัน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ภาคใต้ (ประมาณ 58%) รองลงมาคือภาคเหนือ (ประมาณ 40%)

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (ปี 2562) ไทยนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบราว 44,800 ตัน มากกว่าผลผลิตในประเทศราว 2.4 เท่า แปลว่าไทยใช้เมล็ดกาแฟมากกว่าที่ปลูกได้เองมาก ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนไปทุกปี ใช้ดูภาพรวมเท่านั้น

เมล็ดกาแฟไทยของ MOTMOT COFFEE มาจากไหน

เมล็ดไทยแบบ Single origin (เมล็ดจากแหล่งเดียว ไม่ผสม) ที่ร้านมีตอนนี้มาจากภาคเหนือทั้งหมด ปลูกบนความสูง 1,300–1,600 เมตร แต่ละตัวให้รสต่างกันตามแหล่ง สายพันธุ์ และการแปรรูป (Process) คือวิธีเอาเมล็ดออกจากผลแล้วตากให้แห้ง เช่น Washed (ล้างเนื้อผลออกก่อนตาก) หรือ Natural (ตากทั้งผล)

ถุงเมล็ดกาแฟ MOTMOT Mae Jan Tai เชียงราย
ภาพ: MOTMOT COFFEE
เมล็ด แหล่งปลูก สายพันธุ์ / ความสูง Process รสโดยย่อ
Pangkhon ปางขอน เชียงราย Catimor / 1,300 ม. Washed ผลไม้เมืองร้อน ชาดำ ดอกไม้เล็กน้อย
Mae Jan Tai แม่จันใต้ เชียงราย Catimor / 1,500 ม. Anaerobic natural พรุน ลูกเกด แบล็กเบอร์รี ช็อกโกแลตหวาน
Java Nan น่าน Java / 1,400–1,600 ม. Washed ส้ม ดอกไม้ขาว น้ำผึ้ง ดอกกาแฟ
Gayo Nan น่าน Gayo / 1,400–1,600 ม. Washed ทับทิม เบอร์รีแดง ดอกไม้สีชมพู สับปะรด
  • อยากได้ตัวที่ชงได้ทั้งดริปและเอสเปรสโซ่: Pangkhon (คั่วกลาง) หรือ Mae Jan Tai (Omni roast)
  • อยากได้รสสดใส ดอกไม้ ผลไม้ สำหรับดริป: Java Nan หรือ Gayo Nan (คั่วอ่อน สำหรับ Filter)
  • อยากลองรสหมักเข้มๆ: Mae Jan Tai ที่แปรรูปแบบ Anaerobic natural

ถ้าอยากดื่มกาแฟไทยในรูปแบบเบลนด์ Everyday Blend ก็มีกาแฟไทยเป็นส่วนผสม คู่กับ Ethiopia Yirgacheffe อ่านต่อได้ว่า Single origin กับ Blend ต่างกันยังไง และถ้าสงสัยว่า Washed กับ Natural ต่างกันแค่ไหน ดู กาแฟ Washed Natural Honey ต่างกันยังไง

คำถามที่พบบ่อย

กาแฟไทยปลูกที่ไหนบ้าง

อาราบิก้าปลูกบนพื้นที่สูงในภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน และลำปาง ส่วนโรบัสต้าปลูกในภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ทำไมอาราบิก้าต้องปลูกบนดอย

อาราบิก้ามีถิ่นกำเนิดบนที่สูงของเอธิโอเปีย และต้องการอากาศเย็น ในไทยพื้นที่ที่เย็นพอคือภูเขาทางภาคเหนือ สวพส. ระบุว่าควรปลูกตั้งแต่ราว 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป

กาแฟโรบัสต้าไม่ดีจริงไหม

ไม่ใช่ โรบัสต้าแค่มีคาแรกเตอร์ต่างออกไป กลิ่นกาแฟชัด รสขมกว่า และมีคาเฟอีนมากกว่า ในไทยส่วนใหญ่ใช้ทำกาแฟสำเร็จรูป คุณภาพขึ้นกับการปลูกและการแปรรูปเหมือนกาแฟทุกชนิด

กาแฟไทยเริ่มปลูกเมื่อไหร่

คู่มือของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงบันทึกว่าเคยมีการนำอาราบิก้าเข้ามาปลูกที่จันทบุรีตั้งแต่ราว พ.ศ. 2393 (เรียกว่า "กาแฟจันทบูร") แต่ไม่ได้กลายเป็นแหล่งปลูกหลัก ส่วนโรบัสต้าที่เป็นต้นทางของกาแฟภาคใต้ เริ่มปลูกในปี พ.ศ. 2447 ที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และอาราบิก้าบนดอยภาคเหนือเติบโตจริงจังหลังโครงการหลวงเริ่มวิจัยในช่วงปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา

สรุป

  • ภาคเหนือคือบ้านของอาราบิก้า บนพื้นที่สูงอากาศเย็น ภาคใต้คือบ้านของโรบัสต้า ในพื้นที่ร้อนชื้น
  • อาราบิก้าบนดอยไทยส่วนใหญ่เป็นคาติมอร์ และเติบโตจากงานของโครงการหลวง
  • เมล็ดไทยจากแต่ละดอยให้รสต่างกันมาก ลองชิมเทียบกันจะเห็นชัด

อยากลองกาแฟไทยหลายๆ แหล่ง ดูเมล็ดกาแฟคั่วเองของร้านได้เลย ทุกตัวเลือกได้ทั้งแบบไม่บดและบดตามวิธีชง สั่งครบ ฿1,000 ส่งฟรี หรือแวะมาชิมที่ร้าน MOTMOT COFFEE ถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็ได้ ส่วนร้านกาแฟและโรงแรมที่สนใจเมล็ดไทยแบบส่ง ดูรายละเอียดได้ที่หน้า Wholesale

ข้อมูลอ้างอิงจาก สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง: คู่มือการปลูกกาแฟอราบิก้า, กรมวิชาการเกษตร: ข้อมูลพืชกาแฟโรบัสต้า และ CIRAD: Coffee plant and uses

Back to blog