ดริปเปอร์ ORIGAMI สีม่วงและเขียว กับกระดาษกรองทรงกรวยและทรง Wave

กระดาษกรองกาแฟดริป เลือกยังไง? ทรงกรวยกับ Wave ต่างกันแค่ไหน

หลายคนคิดว่ากระดาษกรองก็แค่กระดาษ ใช้แบบไหนก็เหมือนกัน แต่ทรงของกระดาษกำหนดรูปทรงของชั้นผงกาแฟ และกำหนดว่าน้ำไหลผ่านผงยังไง รสในแก้วจึงต่างกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่ากระดาษทรงกรวยกับทรง Wave ต่างกันยังไง ควรเลือกแบบไหน และเลือกไซซ์ยังไงให้พอดี

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • ดูทรงดริปเปอร์ก่อน: ดริปเปอร์ส่วนใหญ่ใช้กระดาษได้แค่ทรงเดียว เลือกกระดาษให้ตรงกับดริปเปอร์ที่มี
  • อยากได้รสสดใส เปรี้ยวชัด: ทรงกรวย
  • อยากได้รสหวาน กลมกล่อม ชงได้คงที่: ทรง Wave
  • พูดกันตรงๆ: กระดาษเป็นการปรับจูนขั้นท้าย เมล็ด ความสด และขนาดบด มีผลต่อรสมากกว่า

เช็กทรงดริปเปอร์ก่อนซื้อกระดาษ

  • ดริปเปอร์ทรงกรวย (เช่น Hario V60): ใช้กระดาษทรงกรวย
  • ดริปเปอร์ก้นแบน (เช่น Kalita Wave): ใช้กระดาษทรง Wave
  • ดริปเปอร์ทรงคางหมู (แบบมีรูเล็กด้านล่าง): ใช้กระดาษทรงคางหมู
  • ดริปเปอร์ ORIGAMI: ใช้ได้ทั้งทรงกรวยและทรง Wave เพราะผนังเป็นร่องจีบ 20 ร่อง แค่เปลี่ยนกระดาษก็เปลี่ยนสไตล์การชงได้

ไซซ์กระดาษแต่ละยี่ห้อเรียกไม่เหมือนกัน ก่อนซื้อให้ดูบนกล่องว่ารองรับดริปเปอร์รุ่นและขนาดไหน

กระดาษกรองทำหน้าที่อะไร

กระดาษกรองรองผงกาแฟไว้ในดริปเปอร์ แล้วกรองน้ำกาแฟออกมา ระหว่างทางจะกรองน้ำมันและผงละเอียดบางส่วนออก กาแฟดริปจึงออกมาสะอาดและใสกว่าการชงแบบไม่ใช้กระดาษ

กระดาษกรองทรงกรวย (Cone) ให้รสแบบไหน

กระดาษทรงกรวยทำให้ชั้นผงกาแฟหนาและลึก น้ำที่ผ่านผงชั้นบนกับชั้นล่างจึงละลายรสออกมาไม่เท่ากัน รสที่ได้จึงมีหลายชั้น ORIGAMI อธิบายว่ากาแฟจากกระดาษทรงกรวยมักสดใส เปรี้ยวชัด และซับซ้อน

ในดริปเปอร์ ORIGAMI ช่องว่างระหว่างกระดาษทรงกรวยกับผนังดริปเปอร์ค่อนข้างกว้าง จึงควรใช้เวลาสกัดนานกว่าทรง Wave และคนผงกาแฟเมื่อจำเป็น

เหมาะกับ: เมล็ดคั่วอ่อน เมล็ดที่มีโทนผลไม้หรือดอกไม้ และคนที่อยากเห็นคาแรกเตอร์ของเมล็ดชัดๆ

กระดาษกรองทรง Wave ให้รสแบบไหน

กระดาษ Wave เป็นทรงก้นแบน มีรอยหยักรอบตัว ชั้นผงกาแฟจึงบางและเสมอกัน ผงชั้นบนกับชั้นล่างได้รับน้ำใกล้เคียงกัน ทำให้ชงได้รสที่คงที่

สำหรับดริปเปอร์ ORIGAMI รอยหยักของกระดาษ Wave ออกแบบให้พอดีกับร่องของดริปเปอร์ ช่องว่างระหว่างกระดาษกับผนังจึงแคบ น้ำไม่ค่อยหลุดออกด้านข้างโดยไม่ผ่านผงกาแฟ ผลคือสกัดได้ทั่วถึงแม้ใช้เวลาสั้น และได้ความหวานกับบอดี้มากขึ้น

เหมาะกับ: คนที่ชอบรสกลมกล่อม และมือใหม่ เพราะชั้นผงที่เสมอกันทำให้ความแรงหรือจังหวะการรินมีผลน้อยลง ชงพลาดยากกว่า

เปรียบเทียบแบบเร็ว

ทรงกรวย (Cone) ทรง Wave
ชั้นผงกาแฟ หนาและลึก บางและเสมอ
รสที่มักได้ สดใส เปรี้ยวชัด ซับซ้อน หวาน กลมกล่อม มีบอดี้
ความคงที่ ขึ้นกับเทคนิคการรินมากกว่า ได้ผลคงที่กว่า
บดผงกาแฟ กลาง ค่อนละเอียดเล็กน้อย กลาง ค่อนหยาบเล็กน้อย

ไม่มีแบบไหนดีกว่ากัน ทรงกรวยช่วยให้เห็นคาแรกเตอร์ของเมล็ดชัด ส่วน Wave ให้ความกลมกล่อมและคงที่ รสที่ได้จริงยังขึ้นกับเมล็ด ระดับการคั่ว การบด และวิธีริน

อยากรู้ว่ากระดาษต่างกันจริงไหม ลองเทสแบบนี้

ใช้เมล็ดเดียวกัน บดเท่ากัน กาแฟ 15 กรัม น้ำ 240 กรัม อุณหภูมิเท่ากัน แล้วเปลี่ยนแค่กระดาษ ชงต่อกันในวันเดียว จับเวลาว่าน้ำหยดหมดตอนไหน แล้วชิมเทียบกัน แบบนี้จะรู้ว่ารสต่างเพราะกระดาษจริงๆ จากนั้นค่อยปรับสูตรให้เหมาะกับแต่ละทรงตามด้านล่าง

สูตรแนะนำสำหรับแต่ละทรง

สูตรด้านล่างอ้างอิงจากสูตรแนะนำของ ORIGAMI ทั้งสองสูตรใช้กาแฟ 15 กรัม น้ำ 91°C แต่ปรับความละเอียดการบดและวิธีรินให้เข้ากับกระดาษแต่ละแบบ

สูตรกระดาษทรงกรวย

  • กาแฟ 15 กรัม บดกลาง ค่อนละเอียดเล็กน้อย
  • น้ำ 250 กรัม อุณหภูมิ 91°C
  • รินครั้งละ 50 กรัม ทุก 30 วินาที รวม 5 ครั้ง
  • ครั้งที่ 1–3 รินเป็นวงกลม ครั้งที่ 4–5 รินตรงกลาง
  • รอจนน้ำหยดหมด

สูตรกระดาษทรง Wave

  • กาแฟ 15 กรัม บดกลาง ค่อนหยาบเล็กน้อย
  • น้ำ 91°C รินครั้งแรก 60 กรัม ครั้งที่ 2 และ 3 ครั้งละ 90 กรัม (รวม 240 กรัม)
  • รินทุก 30 วินาที ครั้งที่ 1–2 รินกว้างทั่วผง ครั้งที่ 3 รินตรงกลาง
  • รอจนน้ำหยดหมด

3 เคล็ดลับเล็กๆ ที่ช่วยได้มาก

  1. พับตะเข็บก่อนกาง: กระดาษทรงกรวยให้พับรอยตะเข็บก่อน แล้วค่อยกางใส่ดริปเปอร์ จะแนบกับดริปเปอร์ดีขึ้น
  2. ล้างกระดาษด้วยน้ำร้อน: ช่วยลดกลิ่นกระดาษและอุ่นดริปเปอร์ไปพร้อมกัน อย่าลืมเทน้ำล้างทิ้งก่อนชง
  3. เกลี่ยผงให้เรียบ: หลังใส่ผงกาแฟ เขย่าเบาๆ ให้ผิวหน้าเรียบ น้ำจะไหลผ่านผงได้สม่ำเสมอ

กระดาษสีขาวหรือสีน้ำตาลดี

กระดาษสีน้ำตาล (ไม่ฟอก) ใช้ได้ แต่มักมีกลิ่นกระดาษมากกว่า ต้องล้างด้วยน้ำร้อนให้นานขึ้น ส่วนกระดาษสีขาวมีกลิ่นกระดาษน้อยกว่า จึงไม่ค่อยรบกวนรสกาแฟ

เลือกไซซ์กระดาษ ORIGAMI ให้พอดีกับดริปเปอร์

  • ดริปเปอร์ไซซ์ S (รวม Air S, ชงได้ 1–2 แก้ว): ใช้กระดาษ 2 CUPS
  • ดริปเปอร์ไซซ์ M (รวม Air M, ชงได้ 2–4 แก้ว): ใช้กระดาษ 4 CUPS

ดู Dripper S และ Dripper M

คำถามที่พบบ่อย

กระดาษกรองตกแผ่นละเท่าไหร่

กระดาษ ORIGAMI ชุด Cone + Wave มี 100 แผ่น (Cone 50 + Wave 50) ไซซ์ 2 CUPS ราคา ฿340 ตกแผ่นละประมาณ ฿3.4 ส่วนไซซ์ 4 CUPS ราคา ฿360 ตกแผ่นละประมาณ ฿3.6

ใช้กระดาษยี่ห้ออื่นกับดริปเปอร์ ORIGAMI ได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นทรงกรวยหรือทรง Wave และขนาดตรงกับดริปเปอร์ แต่กระดาษ Wave ของ ORIGAMI ออกแบบให้พอดีกับร่องของดริปเปอร์ ORIGAMI โดยเฉพาะ

ต้องล้างกระดาษก่อนชงทุกครั้งไหม

แนะนำให้ล้างทุกครั้ง ช่วยลดกลิ่นกระดาษและอุ่นดริปเปอร์ แล้วเทน้ำล้างทิ้งก่อนใส่ผงกาแฟ

มือใหม่ควรเริ่มที่แบบไหน

ถ้าใช้ดริปเปอร์ ORIGAMI แนะนำให้เริ่มที่ทรง Wave เพราะชงได้ผลคงที่กว่า พอชงคล่องแล้วค่อยลองทรงกรวยกับเมล็ดคั่วอ่อน

สรุป: เลือกแบบไหนดี

  • อยากได้รสสดใส เปรี้ยวชัด โดยเฉพาะเมล็ดคั่วอ่อน: เริ่มที่ทรงกรวย
  • อยากได้รสหวาน กลมกล่อม และชงได้คงที่: เริ่มที่ทรง Wave
  • ยังไม่แน่ใจ: ใช้ดริปเปอร์ ORIGAMI กับชุดกระดาษที่มีทั้งสองแบบ แล้วเทสเมล็ดเดียวกันเทียบกัน

MOTMOT COFFEE เป็นตัวแทนจำหน่าย ORIGAMI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ดู กระดาษกรอง ORIGAMI ชุด Cone + Wave, ดริปเปอร์ ORIGAMI และ เมล็ดกาแฟคั่วเองของร้าน ได้เลย ถ้ามีคำถามเรื่องการชง ทักมาคุยกับเราทาง LINE ได้

ข้อมูลลักษณะกระดาษและสูตรชงอ้างอิงจาก ORIGAMI: How to choose a paper filter

Back to blog